วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คราบน้ำตาและรอยยิ้มบนซากปรักหักพังและความพินาศ 1 โดย เข็มบ่งเสี้ยน

พื้นปฐพีร่ำไห้ วันไทยวิปโยค 19 พฤษภาคม พ.ศ.2553

คอลัมน์ : กวาดฝุ่นใต้พรหม
คราบน้ำตาและรอยยิ้มบนซากปรักหักพังและความพินาศ
โดย เข็มบ่งเสี้ยน


.......จากเหตุการณ์แดงทั้งแผ่นดิน วิกฤติการเมืองในประเทศไทย กับคนไทย กับสังคมไทย ไม่มีครั้งไหนๆอีกแล้วที่ทำให้บ้านเมือง พินาศฉิบหายได้เท่ากับครั้งนี้ ความพินาศ สูญสิ้นในครั้งนี้มีมากมายหลากหลายมิติ กระทบและเป็นผลไปทั่วทุกตัวคน ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้
1. ความเสียหายของชาติ ของประเทศ
2. ความเสียหายที่เกิดกับสังคม ประชาชน คนในชาติ
3. ความเสียหายที่เกิดทางด้านเศรษฐกิจ
4. ความเสียหายที่เกิดในแง่มุมของการเมืองและการปกครอง
5. ความเสียหายที่เกิดจากวัฒนธรรม ศีลธรรม และจรรยา
.......ทำไมจึงต้องแดงทั้งแผ่นดิน และเหตุไฉนจึงต้องพินาศย่อยยับ กรุงเทพเมืองฟ้าอมรต้องตกอยู่ในสภาวะทะเลเพลิง ต้องดูที่ตัวตั้งต้น ต้นเหตุของความขัดแย้ง คืออะไร มาอย่างไร มาจากไหน ใครเป็นผู้จุดชนวน ใครคือส่วนร่วมในความพินาศ ใครคือผู้สนับสนุน ใครอยู่ในเงามืด และใครเป็นผู้ได้ประโยชน์
คู่ขัดแย้งคือใคร ทำไมต้องขัดแย้ง ขัดแย้งกันด้วยเรื่องอะไร ตกลงกันไม่ได้ด้วยประเด็นอะไร ประเด็นนั้นสำคัญแค่ไหน กับชาติ ประชาชน หรือ สำคัญกับใคร ใครยอมรับได้ และใครยอมรับไม่ได้
.......ใครคือผู้ได้รับผลกระทบจากความเสียหายย่อยยับในครั้งนี้ กระทบแค่ไหน มากน้อยอย่างไร สาหัส สากรรจ์ระดับไหน เขาจะต้องพึ่งใคร องค์กรไหนที่จะเยียวยาเขา เยียวยาเขาได้มากน้อยอย่างไร แล้วประเทศนี้ ชาตินี้ที่พินาศจะเยียวยาอย่างไร กลุ่มไหน ใครเป็นผู้รับผิดชอบ
และใครคือผู้ที่จะคลี่คลาย และแก้ปัญหา เครื่องมืออะไรบ้างที่จะนำมาสู่การแก้ปัญหา แก้ปัญหาชั่วคราว หรือถาวร แก้ปัญหาเฉพาะจุด หรือการแก้ปัญหาโดยการผ่าโครงสร้าง การเปลี่ยน ปรับปรุงระบบ หรือตกแต่งระบบ หรือจำเป็นที่จะต้องล้างระบบ
.......แล้วอนาคตจะปรับ จะปูพื้นฐานอย่างไร บทเรียนในครั้งนี้ที่มีราคาแพงสูงลิ่ว ให้อะไรในการนำพาไปสู่การวางอนาคต บทเรียนในคราวนี้บ่ง และบอกอะไรที่เป็นสัญญาณ สัญญาณที่จะเกิดต่อไป หรือ เป็นอาการที่เรารู้แล้วหาวิธีการรักษาให้หาย และหายขาดได้เสียก่อน ก่อนที่ความพินาศ ฉิบหายจะกลับมาเยือนคนไทยทั้งผองอีกครั้ง แล้วสีแดง แดงทั้งแผ่นดินนั้นมันจะนองไปด้วยเลือด ที่เป็นเลือดมิได้มาจากการเจาะแล้วเทราด แต่มันเป็นเลือดที่หยดออกมาจากร่างกายของชนไทยแล้วถึงวันนั้น เราก็ได้แต่รำพึงว่า “เสียใจ เศร้าใจ อนาถใจ และ ทุกข์ทรมานใจ”


ประวัติผู้เขียน
ชื่อ ดร.ทินโน ขวัญดี
นามปากกา เข็มบ่งเสี้ยน
คอลัมน์ สุขศาลาบาล
การทำงาน นักวิชาการอิสระ
การศึกษา
ป.เอก Public Administration
ป.เอก Ph.D. Sustainable Energy and Environment Technology
and Management (Candidate)
การติดต่อ : tinno_kwan@hotmail.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น